VARCHAR : (ย่อมาจาก Variable Character Field อ่านว่า วาร์คาร์ หรือ วาร์ชาร์) หมายถึงกลุ่มข้อมูลตัวอักขระที่ไม่สามารถระบุความยาวได้ คำนี้มักใช้เป็นชนิดข้อมูลในระบบจัดการฐานข้อมูล ชนิดข้อมูลประเภท varchar สามารถเก็บข้อมูลตัวอักขระขนาดเท่าใดก็ได้ที่ไม่เกินความยาวที่จำกัดไว้ การจำกัดความยาวก็แตกต่างกันออกไปในแต่ละฐานข้อมูล
TINYINT : สำหรับเก็บข้อมูลชนิดตัวเลขที่มีขนาด 8 บิต ข้อมูลประเภทนี้เราสามารถกำหนดเพิ่มเติมในส่วนของ "แอตทริบิวต์" ได้ว่าจะเลือกเป็น
TEXT : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวอักษร เช่นเดียวกับ TINYTEXT แต่สามารถเก็บได้มากขึ้น โดยสูงสุดคือ 65,535 ตัวอักษร หรือ 64KB เหมาะสำหรับเก็บข้อมูลพวกเนื้อหาต่างๆ ที่ยาวๆ
DATE : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทวันที่ โดยเก็บได้จาก 1 มกราคม ค.ศ. 1000 ถึง 31 ธันวาคม ค.ศ. 9999 โดยจะแสดงผลในรูปแบบ YYYY-MM-DD
SMALLINT : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 16 บิต จึงสามารถเก็บค่าได้ตั้งแต่ -32768 ถึง 32767 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 65535 (ในกรณี UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย) ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ TINYINT
MEDIUMINT : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 24 บิต นั่นก็หมายความว่าสามารถเก็บข้อมูลตัวเลขได้ตั้งแต่ -8388608 ไปจนถึง 8388607 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 16777215 (ในกรณีที่เป็น UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย) ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ TINYINT
INT : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 32 บิต หรือสามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ -2147483648 ไปจนถึง 2147483647 ครับ (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 4294967295 (ในกรณีที่เป็น UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย) ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ
TINYINTBIGINT : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 64 บิต สามารถเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ -9223372036854775808 ไปจนถึง 9223372036854775807 เลยทีเดียว (แบบคิดเครื่องหมาย)
FLOAT[(M,D)] : ที่กล่าวถึงไปทั้งหมด ในตระกูล INT นั้นจะเป็นเลขจำนวนเต็ม หากเราบันทึกข้อมูลที่มีเศษทศนิยม มันจะถูกปัดทันที ดังนั้นหากต้องการจะเก็บค่าที่เป็นเลขทศนิยม ต้องเลือกชนิดขอฟิลด์เป็น FLOAT โดยจะเก็บข้อมูลแบบ 32 บิต
DOUBLE[(M,D)] : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขทศนิยม เช่นเดียวกับ FLOAT แต่มีขนาดเป็น 64 บิต สามารถเก็บได้ตั้งแต่ -1.7976931348623157E+308 ถึง -2.2250738585072014E-308, 0 และ 2.2250738585072014E-308 ถึง 1.7976931348623157E+308
DECIMAL[(M,D)] : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขทศนิยม เช่นเดียวกับ FLOAT แต่ใช้กับข้อมูลที่ต้องการความละเอียดและถูกต้องของข้อมูลสูง
DATETIME : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทวันที่ และเวลา โดยจะเก็บได้ตั้งแต่ 1 มกราคม ค.ศ. 1000 เวลา 00:00:00 ไปจนถึง 31 ธันวาคม ค.ศ. 9999 เวลา 23:59:59 โดยรูปแบบการแสดงผล เวลาที่ทำการสืบค้น (query) ออกมา จะเป็น YYYY-MM-DD HH:MM:SS
TIMESTAMP[(M)] : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทวันที่ และเวลาเช่นกัน แต่จะเก็บในรูปแบบของ YYYYMMDDHHMMSS หรือ YYMMDDHHMMSS หรือ YYYYMMDD หรือ YYMMDD แล้วแต่ว่าจะระบุค่า M เป็น 14, 12, 8
TIME : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทเวลา มีค่าได้ตั้งแต่ -838:59:59 ไปจนถึง 838:59:59 โดยจะแสดงผลออกมาในรูปแบบ HH:MM:SS
YEAR[(2/4)] : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทปี ในรูปแบบ YYYY หรือ YY แล้วแต่ว่าจะเลือก 2 หรือ 4 (หากไม่ระบุ จะถือว่าเป็น 4 หลัก) โดยหากเลือกเป็น 4 หลัก จะเก็บค่าได้ตั้งแต่ ค.ศ. 1901 ถึง 2155 แต่หากเป็น 2 หลัก จะเก็บตั้งแต่ ค.ศ. 1970 ถึง 2069
CHAR : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวอักษร แบบที่ถูกจำกัดความกว้างเอาไว้คือ 255 ตัวอักษร ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้เหมือนกับ VARCHAR หากทำการสืบค้นโดยเรียงตามลำดับ
TINYBLOB : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทไบนารี ได้แก่ ไฟล์ข้อมูลต่างๆ, ไฟล์รูปภาพ, ไฟล์มัลติมีเดีย เป็นต้น คือไฟล์อะไรก็ตามที่อัพโหลดผ่านฟอร์มอัพโหลดไฟล์ในภาษา HTML โดย TINYBLOB นั้นจะมีเนื้อที่ให้เก็บข้อมูลได้ 256 ไบต์
TINYTEXT : ในกรณีที่ข้อความยาวๆ หรือต้องการที่จะค้นหาข้อความ โดยอาศัยฟีเจอร์ FULL TEXT SEARCH ของ MySQL เราอาจจะเลือกที่จะไม่เก็บข้อมูลลงในฟิลด์ประเภท VARCHAR ที่มีข้อจำกัดแค่ 256 ตัวอักษร แต่เราจะเก็บลงฟิลด์ประเภท TEXT แทน โดย TINYTEXT นี้ จะสามารถเก็บข้อมูลได้ 256 ตัวอักษร
BLOB : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทไบนารี เช่นเดียวกับ TINYBLOB แต่สามารถเก็บข้อมูลได้ 64KBM
EDIUMBLOB : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทไบนารี เช่นเดียวกับ TINYBLOB แต่เก็บข้อมูลได้ 16MB
MEDIUMTEXT : เก็บข้อมูลประเภทตัวอักษร เช่นเดียวกับ TINYTEXT แต่เก็บข้อมูลได้ 16,777,215 ตัวอักษร
LONGBLOB : สำหรับเก็บข้อมูลประเภทไบนารี เช่นเดียวกับ TINYBLOB แต่เก็บข้อมูลได้ 4GB
LONGTEXT : เก็บข้อมูลประเภทตัวอักษร เช่นเดียวกับ TINYTEXT แต่เก็บข้อมูลได้ 4,294,967,295 ตัวอักษร
SET : สำหรับเก็บข้อมูลที่เป็นกลุ่มของข้อมูลที่ยอมให้เลือกได้ 1 ค่าหรือหลายๆ ค่า ซึ่งสามารถกำหนดได้ถึง 64 ค่า
ENUM(Enumeration) : หมายถึงเซตของข้อมูลชุดหนึ่งที่มีจำนวนสมาชิกที่กำหนดไว้แน่นอนและทราบค่าทุกตัว ซึ่งมักจะเป็นข้อมูลที่มีลักษณะคงที่
BINARY : ระบบเลขที่มีสัญลักษณ์เพียงสองตัวคือ 0 (ศูนย์) กับ 1 (หนึ่ง) บางครั้งอาจหมายถึงการที่มีโอกาสเลือกได้เพียง 2 ทาง เช่น ปิดกับเปิด, ไม่ใช่กับใช่, เท็จกับจริง, ซ้ายกับขวา เป็นต้น
BOOL : คือข้อมูลที่มีค่าเป็นจริง (True) หรือเท็จ (False)
VARBINARY : คือ มีลักษณะการเก็บคล้าย Varcha คือการเก็บข้อมูลตามที่รับมาจริงเท่านั้น มีขนาดสูงสุดมากถึง 8000 ไบต์
ส่วนตัวแปรที่สำคัญ ๆ และใช้บ่อย ๆ นั่นก็คือ
VARCHAR
TEXT
DATE
INT
FLOAT[(M,D)]
DOUBLE[(M,D)] เป็นต้น
ที่มา : http://n-o--o-m.blogspot.com/2010/05/varchar-variable-character-field.html
BosZaP
วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
PHP มหัศจรรย์ การเขียนเว็บ
โดยทั่ว ๆ ไปแล้วหลายคนคงเคยได้ยิน การเขียนเว็บไซต์ ด้วยภาษา HTML มาแล้ว วันนี้เรามานำเสนอกับอีกภาษาหนึ่งที่มีลูกเล่นต่าง ๆ ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ภาษา PHP
ความสามารถของ PHP นั้นในความสามารถพื้นฐานที่ภาษาสคริปต์ทั่วๆไปมีนั้น PHP ก็มีความสามารถทำได้ทัดเทียมเช่นเดียวกันเช่น การรับข้อมูลจากฟอร์ม, การสร้าง Content ในลักษณะ Dynamic, รับส่ง Cookies, สร้าง, เปิด, อ่าน และปิดไฟล์ในระบบ, การรองรับระบบจัดการฐานข้อมูลมากมา
และนี่คือสิ่งที่ต้องการสื่อนั่นก็คือ เว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่มีการเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลมาใช้นั้น มักจะใช้ PHP ในการเขียนเว็บไซต์นั่นเอง
คำสั่งพื้นฐานของ PHP
1.คำสั่ง Echo
รูปแบบคำสั่ง
Echo ข้อความที่1,ข้อความที่1,ข้อความที่1,....;
ตัวอย่าง
Sample1.php
<?
echo"Hello Word <br>";
echo"Hello PHP Programming";
?>
2.คำสั่ง Printf
ในการใช้คำสั่ง printf เราจะต้องทราบชนิดของข้อมูลที่เราต้องการแสดงออกมาว่าเป็นชนิดใด เราจะได้กำหนดค่าลงไปถูงต้องดังนี้
%d ตัวเลข
%o เลขฐานแปด
%c ข้ออักษร ( 1 ตัว )
%s ข้อความ
%f ทศนิยม
<?php
printf ( ” 15+15 = %d <br> ” , 15+15) ;
printf ( ” 20/3 = %d <br> ” , 20/3 ) ;
printf ( ” 20/3 = %f <br> ” , 20/3 ) ;
?>
3.การวนลูปแบบ for ( for Loop )
การใช้ fore สําหรับการวนลูปค่าทั้งหมดอาร์เรย์
<?php
$arrayAmpur = array( "เมื่อง" , "พุนพิน" , "เคียนซา" );
for ( $i = 0; $i < count($arrayAmpur); $i ++)
{
echo " $i : " . $arrayAmpur[$i] . "<BR>";
}
?>
ผลลัพธ์:
0 : เมื่อง
1 : พุนพิน
2 : เคียนซา
4.การวนลูปแบบ foreach ( foreach Loop )
การใช้ fore สําหรับการวนลูปค่าทั้งหมดอาร์เรย์
<?php
$arrayAmpur = array( "1201" => "เมื่อง" , "1202" => "บางกรวย" );
foreach ( $arrayAmpur as $kAmpur => $vAmpur)
{
echo " $kAmpur : $vAmpur <BR>";
}
?>
ผลลัพธ:
1201 : เมื่อง
1202 : บางกรวย
5.การวนลูปแบบ while ( while Loop )
การใช while สําหรับการวนลูปค่าทั้งหมดจากตาราง employees ของฐานข้อมูล
<?php
$rs = mysql_query("SELECT * FROM employees");
while ( $row_rs = mysql_fetch_array($rs) )
{
echo "Employee ID: " . $row_rs['employeeid'] . "<BR>";
echo "First Name: " . $row_rs['firstname'] . "<BR>";
echo "Last Name: " . $row_rs['lastname'] . "<BR>";
}
?>
ผลลัพธ์:
Employee ID: 26
First Name: David
Last Name: Beckham
ความสามารถของ PHP นั้นในความสามารถพื้นฐานที่ภาษาสคริปต์ทั่วๆไปมีนั้น PHP ก็มีความสามารถทำได้ทัดเทียมเช่นเดียวกันเช่น การรับข้อมูลจากฟอร์ม, การสร้าง Content ในลักษณะ Dynamic, รับส่ง Cookies, สร้าง, เปิด, อ่าน และปิดไฟล์ในระบบ, การรองรับระบบจัดการฐานข้อมูลมากมา
และนี่คือสิ่งที่ต้องการสื่อนั่นก็คือ เว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่มีการเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลมาใช้นั้น มักจะใช้ PHP ในการเขียนเว็บไซต์นั่นเอง
คำสั่งพื้นฐานของ PHP
1.คำสั่ง Echo
รูปแบบคำสั่ง
Echo ข้อความที่1,ข้อความที่1,ข้อความที่1,....;
ตัวอย่าง
Sample1.php
<?
echo"Hello Word <br>";
echo"Hello PHP Programming";
?>
2.คำสั่ง Printf
ในการใช้คำสั่ง printf เราจะต้องทราบชนิดของข้อมูลที่เราต้องการแสดงออกมาว่าเป็นชนิดใด เราจะได้กำหนดค่าลงไปถูงต้องดังนี้
%d ตัวเลข
%o เลขฐานแปด
%c ข้ออักษร ( 1 ตัว )
%s ข้อความ
%f ทศนิยม
<?php
printf ( ” 15+15 = %d <br> ” , 15+15) ;
printf ( ” 20/3 = %d <br> ” , 20/3 ) ;
printf ( ” 20/3 = %f <br> ” , 20/3 ) ;
?>
3.การวนลูปแบบ for ( for Loop )
การใช้ fore สําหรับการวนลูปค่าทั้งหมดอาร์เรย์
<?php
$arrayAmpur = array( "เมื่อง" , "พุนพิน" , "เคียนซา" );
for ( $i = 0; $i < count($arrayAmpur); $i ++)
{
echo " $i : " . $arrayAmpur[$i] . "<BR>";
}
?>
ผลลัพธ์:
0 : เมื่อง
1 : พุนพิน
2 : เคียนซา
4.การวนลูปแบบ foreach ( foreach Loop )
การใช้ fore สําหรับการวนลูปค่าทั้งหมดอาร์เรย์
<?php
$arrayAmpur = array( "1201" => "เมื่อง" , "1202" => "บางกรวย" );
foreach ( $arrayAmpur as $kAmpur => $vAmpur)
{
echo " $kAmpur : $vAmpur <BR>";
}
?>
ผลลัพธ:
1201 : เมื่อง
1202 : บางกรวย
5.การวนลูปแบบ while ( while Loop )
การใช while สําหรับการวนลูปค่าทั้งหมดจากตาราง employees ของฐานข้อมูล
<?php
$rs = mysql_query("SELECT * FROM employees");
while ( $row_rs = mysql_fetch_array($rs) )
{
echo "Employee ID: " . $row_rs['employeeid'] . "<BR>";
echo "First Name: " . $row_rs['firstname'] . "<BR>";
echo "Last Name: " . $row_rs['lastname'] . "<BR>";
}
?>
ผลลัพธ์:
Employee ID: 26
First Name: David
Last Name: Beckham
วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555
โครงงานเรื่อง พัสดุไร้ทางหาย
โครงงานเรื่อง พัสดุไร้ทางหาย เป็นโครงงานที่จัดทำขึ้นเพื่อจัดระเบียบการรับส่งพัสดุของบุคลากรภายในโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา
ภาพต่อไปนี้ คือ ตัวอย่าง ของระบบ :)
ภาพต่อไปนี้ คือ ตัวอย่าง ของระบบ :)
การ log in เข้าสู่ระบบ
หน้า interface สำหรับผู้ใช้งานระบบ
การแก้ไขข้อมูลส่วนตัวและพาสเวิร์ด
ติดตามการพัฒนาระบบได้ในเร็ว ๆ นี้
วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


